Username Always stay logged in
Password:
Pages: [1]   Go Down
  Print  
Author Topic: ไท่ สร้าง เหล่า จิน, เหลาจื้อ, ถ่าย เสียง เหล่า กุน , ไท่เสวี่ยงโล่กุ๊น , โตเต็ก  (Read 1706 times)
May 21, 2009, 05:19:17 PM
loji wizard
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
Offline Offline

Posts: 6800



View Profile
« on: May 21, 2009, 05:19:17 PM »

ไท่ สร้าง เหล่า จิน, เหลาจื้อ, ถ่าย เสียง เหล่า กุน , ไท่เสวี่ยงโล่กุ๊น , โตเต็กเทียนจุ๊น

ตำนานแรก

กล่าวกันว่าอัตชีวประวัติของท่านมีอยู่จริงในโลกนี้เมื้อ ปี 604 ก่อนคริสตศักราช บังเกิด ในตระกูลแซ่ ลิ ทางมณฑลโฮนานของจีน โดยมีพระนามจริงว่า ลิเออ (li-uhr) กล่าวกันว่า ในตำนาน ท่านนั้น อยู่ใน ครรภ์มารดานานมาก พอคลอดออกมาก็มีผมสีขาวโพลนทั่วศรีษะ และ มีอายุ 72ปี คือ ประสูติ ตอนอายุ 72ปี ด้วยเหตุนี้จึง มีพระนามที่เรียกขานกัน ทั่วไปว่า เหล่าจื๊อ ซึ่ง พระนามเหล่าจื๊อ เป็นพระนาม ที่บุคคลทั่วไปเรียกหา และรู้จักกันมากที่สุด เพราะ พระนามนี้เป็นพระนามแห่งองค์ปรมาจารย์

เดิมทีท่านเป็นขุนนางเล็กๆ คนหนึ่งในสมัยราชวงศ์จิว รับตำแหน่งทำหน้าที่เป็นบรรณารักษ์ อยู่ในหอสมุดแห่งชาติ ต่อมาเกิดความเบื่อหน่าย ในระบบราชการที่เช้าชามเย็นชาม ไม่ได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์สมกับตำแหน่งมากนัก อีกทั้งมีแต่ความแก่งแย่งชิงดี ท่านจึงได้ลาออก และท่องเที่ยวพเนจรไปทั่ว ในขณะที่ท่องเที่ยวพเนจร ไปตามที่ต่างๆ ก็ได้ใช้เวลาในการแต่งหนังสือไปด้วย

ต่อมาท่านจึงได้รวบรวมหนังสือที่ได้แต่งขึ้นมากลั่นกรองในภายหลัง ปรากฏว่าได้ทั้งหมด 81 บท จึงได้รวบรวมขึ้นมา เป็นตำราหนึ่งเล่ม ให้ชื่อหนังสือนั้นว่า “เต๋าเต็กเกง” เมื่อล่วงเข้าปัจฉิมวัย ท่านได้อาศัยอยู่กับ ครอบครัวหนึ่งที่ท่านมีความสนิทสนม ซึ่งครอบครัวนั้น ก็นับถือท่านเสมือนหนึ่งเป็นผู้อาวุโส ประจำครอบครัว อยู่มาได้ระยะหนึ่ง ท่านก็เกิดความเบื่อหน่ายอีก และคิดที่จะไปแสวงบุญยังที่อื่น ซึ่งเป็นเขตนอกกำแพงเมืองจีน หรือที่เรียกว่า นอกเขตจงหงวน ท่านได้เอ่ยปากขอควายหนึ่งตัว กับสำภาระติดตัวอีกนิดหน่อย เพื่อใช้ในการเดินทาง หัวหน้าครอบครัวที่ท่านอาศัยอยู่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายด่าน ก็ไม่อยากให้ท่านจากไป แต่ท่านมีความตั้งใจ ที่จะไปให้ได้ สุดท้ายท่านก็ไปจนได้ และได้ทิ้งหนังสือ “เต๋าเต็กเกง” ไว้ให้กับครอบครัวนี้

เวลาล่วงเลยมาหลายร้อยปี ชนรุ่นหลังก็ได้รับหนังสือเล่มนี้ เป็นมรดกตกทอดต่อๆกันมา จนมาถึงคนที่มีนามว่า “เตียโตเหล็ง” ซึ่งมีความสนิทสนมกับตระกูลนี้ และได้ไปยืมหนังสือเล่มนี้มาอ่าน อ่านอยู่หลายรอบจนเข้าใจดี และได้ทำการคัดลอกหนังสือเล่มนี้ มาสั่งสอนลูกศิษย์ และตั้งตัวเป็นอาจารย์ ปรากฏว่ามีคนนับหน้าถือตากันเยอะ เพราะศรัทธา ในหลักคำสอนของคัมภีร์เล่มนี้ ชาวบ้านจึงส่งลูกหลานมาเป็นลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมาก จนสามารถ ตั้งขึ้นมาเป็นนิกายได้ ในระดับหนึ่ง แต่เตียโตเหล็งไม่ได้ยกเอาตนเองขึ้นเป็นศาสดา แต่ได้ยกย่อง ผู้ที่แต่งคัมภีร์นี้ขึ้นมา ซึ่งก็คือ “เหล่าจือ” เป็นศาสดา และได้แต่งคำยกย่องท่านเหล่าจือขึ้นมา เรียกว่า โตเต็กเทียนจุ๊น โตเต็ก มาจากชื่อ พระคัมภีร์ เทียนจุ๊น แปลว่า เจ้าผู้สูงสุดในสวรรค์ และขนานนามองค์เหล่าจือว่า ไท่เสวี่ยงโล่กุ๊น ไท่ แปลว่า ยิ่งใหญ่สูงส่ง เสวี่ยง แปลว่า ข้างบน โล่ แปลว่า ผู้อาวุโส กุ๊น แปลว่า ปูชนียบุคคล ที่ควรแก่การเคารพยกย่อง ส่วนตัวของ เตียโตเหล็งเอง ถือว่า ตนเองเป็นเพียงพระสังฆราชองค์ที่ 1 ของศาสนา เท่านั้น ซึ่งให้ตำแหน่งตนเองว่า “เที้ยนซือ”

ตำนานที่สอง

เดิมชื่อตาน หรือ เอ๊อร์ แซ่หรี่ เป็นชาวรัฐฉ้อ อำเภอหู เล่าว่าเมื่อแรกเกิดมีผมหงอกขาวดุจชายชรา จึงเรียกว่า เหล่า จื่อ แปลว่า ทารกชรา ส่วนที่มีผู้เรียก เหล่า ตาน หรือ หรี่ เอ๊อร์ ก็ด้วยเหตุผลที่มีใบหูเพียงข้างเดียว ถือกำเนิด เมื่อก่อนพุทธศักราช 27 ปี

กล่าวกันว่า เหล่า จื่อ มีอายุยืนถึง 160 ปี ด้วยชาติภูมิเป็นชาวรัฐฉ้อ เป็นรัฐภาคใต้ ซึ่งประชาชนในรัฐ หาใช่ชาวจีนแท้ทุกคน ความคิดความอ่านของชาวรัฐฉ้อ จึงเป็นความเสรี ไม่สู้ผูกมัด กับนิติธรรมเนียม ประเพณีอย่างชาวจีนทางเหนือนัก ความคิดแบบเสรีนิยมนี้ จะพบเห็นได้จากลัทธิปรัชญา ซึ่งเหล่า จื่อ ได้รจนาไว้ในคัมภีร์ ต้าว เต๋อ จิง

ไท่ สร้าง เหล่า จิน เป็นคำเรียก เหล่าจื่อ อย่างย่อ โดยนำมาจากฐานันดรที่กษัตริย์ ถังไท่จุง สถาปนาให้ เชื่อกันว่า ท่านเป็นพระอนาคามี ที่สถิตในชั้นอกนิฏฐาพรหมโลก พิธีฉลองวันคล้ายวันประสูติ กระทำในวันที่ 15 เดือน 2 จันทรคติจีน

http://www.phuketvariety.com/buddhism/taisanglaojin/index.htm
Logged
May 21, 2009, 05:20:23 PM
loji wizard
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
Offline Offline

Posts: 6800



View Profile
« Reply #1 on: May 21, 2009, 05:20:23 PM »

ตำนานที่สาม

ลัทธิเต๋า เจ้าของสัญลักษณ์ หยิน-หยาง ที่มาแห่งปรัชญา “ ในขาวมีดำ ในดำมีขาว ” เพียง 2 วลีเท่านี้ แต่สามารถตีความ เพื่ออธิบายแทบทุกเรื่องที่เกิดบนโลกได้

ไม่ว่าจะเป็น การต้องยอมรับความจริงว่า คนเรามีดีมีเลว ในความเป็นคนดีก็มีความเลวปนอยู่ และคนที่สังคมว่าเลว เมื่อดูให้ดีๆ ส่วนดีของเขาก็มี อย่างน้อย คนเลวก็ช่วยเปรียบเทียบให้รุ้ว่า ดีเป็นอย่างไร นี่คือ ความคิดของเต๋า

เจ้าของลัทธิเต๋า คือ เหลา จื้อ เป็นคน แซ่หลี่ ชื่อเหลา เกิดในยุดเดียวและช่วงเวลาเดียวกับขงจี้อ แต่เหลาจื้อ จะแก่กว่าเล็กน้อย และอยู่กันคนละแคว้น โดยที่ขงจื้อ เคยเป็นฝ่ายมาเยี่ยมเหลาจื้อ และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกัน

เหลาจื้อ เคยรับราชการเป็นคนดูแลห้องเก็บเอกสารของราชวงศ์โจว ทำให้มีโอกาสได้อ่าน และสั่งสมความรู้ ไว้มากทีเดียว แต่เนื่องจากยุคของขงจื้อและเหลาจื้อ เป็นช่วงที่ประเทศจีนยังรวมตัวกันไม่ติด ยังแบ่งเป็นก๊ก เป็นเหล่าอยู่ มีการรบพุ่งชิงเมืองรวมเมือง บ้านเมืองและสังคมวุ่นวาย

ใน แคว้นฉู่ที่เหลาจื้อรับราชการอยู่ กษัตริย์ก็ไม่อยู่ในทศพิธราชธรรม มีการแก่งแย่งอิจฉาริษยา ในหมู่ข้าราชการ เหลาจื้อ เกิดความเบื่อหน่าย จึงลาออก แล้วเดินทางไปปลีกวิเวก ณ ป่าเขาแดนไกล

ระหว่างทางได้เขียนหนังสือชื่อ เต๋า เต็ก เก็ง แปลเป็นไทยได้ตรงตัวว่า คัมภีร์คุณธรรมของเต๋า

เต็ก แปลว่า คุณธรรม เก็ง แปลว่า คัมภีร์

ความคิดของเต๋า มีหลายอย่างคล้ายขงจื้อ และมีบ้างที่คล้ายคำสอนของพระพุทธศาสนา เพราะผู้คิดทั้งสาม ล้วนคิดจากชีวิตจริงของคน เพียงแต่การใช้ภาษาอาจต่างกัน อย่างไรก็ตาม คนมักสับสนระหว่าง เต๋า กับ เซน

เซน เป็นนิกายหนึ่งของพระพุทธศาสนามหายาน ผู้ให้กำเนิดนิกายเซน เป็นพระชาวอินเดีย ฉายาว่า “ พระโพธิธรรม ” เดินทางมาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในประเทศจีน ประมาณ พ.ศ. 1070 สมัยพระเจ้าเหลียงบู่ตี้ กษัตริย์ราชวงศ์เหลียง คนจีนเรียกว่า ท่าน “ ตั้กม้อโจวซือ ” หรือปรมาจารย์ตั้กม้อนั่นเอง

จุด เด่นของเต๋า คือ การสอนให้คนเข้าใจชีวิต เน้นให้คนเชื่อว่าผู้มีใจสงบสุข จะทำให้มีร่างกายแข็งแรง อายุยืนยาว กับปรัชญามากมายเป็นวลีสั้นๆ แต่ลึกซึ้ง-กินใจ เช่น ความจริงอาจฟังไม่รื่นหู แต่ที่ฟังรื่นหู อาจไม่ใช่ความจริง

ตำนานที่สี่

ในระหว่างคริสตวรรษที่ 5 - 6 มีศาสดาทางศาสนาและปรัชญาเกิดขึ้นอย่างน่าสังเกต ในอินเดียมีศาสดามหาวีร และ พระพุทธเจ้า ในกรีกมี โสคราตีส ในเปอร์เซียมี โชโรอัสเตอร์ ในจีนมี เล่าจื้อ และขงจื้อ

ท่าน เล่าจื้อ ( Lao tze) เป็นศาสดาของศาสนาเต๋า ซึ่งได้หล่อหลอมชีวิตและอัธยาศัยของชาวจีนกว่า 2000 ปี มาแล้ว ชื่อจริงของเล่าจื้อ คือ ลี - เออร์ ( Li Uhr) เกิดเมื่อปี 604 ก่อนคริสต์ศักราช ที่จังหวัดโฮนานประเทศจีน

ตอนเมื่อเกิดนั้น กล่าวกันว่า พอคลอดออกมาก็เป็นคนมีผมหงอกขาว และมีอายุ 72 ปีแล้ว ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงชื่อ เล่าจื้อ ซึ่งหมายถึง "เด็กแก่" หรือ "ครูเฒ่า" เมื่อทำงานเป็นบรรณารักษ์ ที่หอสมุดหลวง สำนักของเจ้าเมือง ปรากฎว่ามีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะมีอำนาจสติปัญญาที่ลึกซึ้งเว้นคนธรรมดาสามัญ ครั้งหนึ่งขงจื้อเดินทางมาพบ ท่านไม่ชอบคำสอน ของขงจื้อเลย ถึงกับพูดว่า " กลับไปเสียเถิด และเลิกความหยิ่งความอยากของท่านเสียด้วยนะ"

เล่าจื้อ ไม่ชอบชีวิตหรูหรา แต่ทุกคนดูเหมือนจะมุ่งมั่นเพื่อเงินชื่อเสียงและอำนาจ ในขณะเดียวกัน ทั้งเมืองก็เต็มไปด้วยการโกงกินกัน อย่างมโหฬาร ด้วยเหตุนี้ วันหนึ่งท่านจึงขับเกวียนเทียมวัวดำสองตัว มุ่งไปยังภูเขาด้านทิศตะวันตก (ทิเบต)

พอถึงประตูเมืองนายประตูจำได้ จึงขอร้องให้ท่านหยุดพักเพื่อเขียนปรัชญาแห่งชีวิต ท่านจึงได้เขียนตำรา ที่โด่งดังของท่าน เป็นอักษรจีน 5,500 ตัว จากนั้นก็ได้เดินทางต่อไป

ปรากฏว่าพอถึงช่องแดนระหว่างภูเขา ท่านก็หายเข้าไปในก้อนเมฆ ตั้งแต่นั้นมาไม่มีใครเห็นท่านอีกเลย

คัมภีร์ที่เล่าจื้อเขียนนี้ มีชื่อว่า เต๋า - เต๋อ - จิง ( Tao - The - Jing) แปลว่า คัมภีร์แห่งมรรค และ อำนาจ เล่าจื้อเริ่มต้นด้วยการตอบปัญหาที่ว่า "อะไรคือแก่นของเอกภพ" ถ้าเราสามารถ มองไปเบื้องหลัง ปรากฎการณ์ ของสิ่งทั้งหลายได้ และ พบลักษณาการที่ชีวิตเกิดขึ้นแล้ว เราจะดำเนินชีวิตอย่างไร ?"

เล่าจื้ออธิบายว่า คำตอบมีอยู่พร้อมแล้วในคำว่า "เต๋า" คำนี้แปลกันว่า "ทาง" , " มรรค" หรือ " แหล่งกำเนิดของทุกสิ่งทุกอย่าง" และเป็นการยากที่จะให้ความหมาย เพราะคำ ๆ นี้ให้คำจำกัดความไม่ได้ แก่นแท้ของเต๋า ลึกลับกว่าความลึกลับใด ๆ แต่ว่าก็มีบางสิ่งบางอย่างที่พอจะสังเกตได้ดังนี้

เต๋า ไม่ใช่พระเป็นเจ้า แต่เป็นพลังหรืออำนาจที่หลั่งไหลท่วมท้น ทุกสิ่งทุกอย่าง มีความรักทะนุถนอม แต่ก็ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง หรือยึดสิ่งใดเป็นเจ้าของ เป็นสิ่งที่ทำงานอย่างนุ่มนวล และสงบเสงี่ยม โดยไม่ต้องพยายาม สิ่งทั้งหลาย ก็จะเกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ

ให้พิจารณาตัวอย่างความเจริญก้าวไปแต่ละปี ของฤดูทั้ง 4 ซึ่งดำเนินไปตามกฏเกณฑ์จากฤดูหนึ่ง ไปสู่ฤดูหนึ่ง ชนิดไม่ทันได้สังเกต ถึงอย่างนั้น ในแต่ละฤดูธรรมชาติ ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ โดยปราศจากความวุ่นวาย ในภาวะเช่นนี้ เต๋า ทำหน้าที่ประธานอย่างสงบ และอย่างได้ผล (วู - เว) เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี

คุณธรรมพิเศษ

เหล่าจื๊อมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายไม่ชอบความหรูหรา ชอบเขียนตำรา มีตำราที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักกันในนาม “คัมภีย์เต๋าเตกเกง” ซึ่งคำสอนในตำราเป็นที่ศรัทธาของผู้คนเป็นจำนวนมาก และนำมาปฏิบัติสืบทอดกันมา และยกย่องท่านว่าเป็นศาสดาแห่งลัทธิเต๋า

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

คนทำพิธีกรรม หรือที่เรียกว่าฮวดกั๊ว จะนับถือและยกย่องไท่เสวี่ยงโล๊กุ๊น เป็นปรมาจารย์ เพราะโดยรวมแล้ว ภาพลักษณ์ของท่านเป็นครู

http://www.phuketvariety.com/buddhism/taisanglaojin/index-01.htm
Logged
Pages: [1]   Go Up
  Print  
 
Jump to:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC
Lover Design By Burak
Page created in 0.079 seconds with 19 queries.