Username Always stay logged in
Password:
Pages: [1]   Go Down
  Print  
Author Topic: พลังแห่งการหยั่งรู้  (Read 1570 times)
May 23, 2009, 11:38:59 AM
loji wizard
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
Offline Offline

Posts: 6800



View Profile
« on: May 23, 2009, 11:38:59 AM »

พลังแห่งการหยั่งรู้

สมหวัง วิทยาปัญญานนท์

18 พฤศจิกายน 2542


สรุปประเด็น
                        จากกระแสเชาวน์ปัญญา (IQ) มาสู่เชาวน์อารมณ์ หรือความฉลาดทางอารมณ์(EQ) ของชาวตะวันตก เนื่องจากเชาวน์ปัญญาเป็นเชาวน์ปัญญาทางโลก เน้นทำให้คนเก่งในการแย่งโอกาสการเลี้ยงชีพ ทำให้ใช้ความเก่งในทางเบียดเบียน ทำให้โลกไม่ปกติสุข นักจิตวิทยาได้บัญญัติเชาวน์อารมณ์ขึ้นมา เน้นให้คนเป็นคนดี อยู่ในสังคมได้เป็นปกติ ซึ่งแท้จริงแล้วทั้งสองอย่างนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของศีล – สมาธิ – ปัญญา ซึ่งสามารถสร้างปัญญาได้จากพลังแห่งการหยั่งรู้ ทำให้คนเป็นทั้งดีและเก่ง จากการพิจารณาไตร่ตรองตามหลักธรรม

บทคัดย่อ
                        ชาวตะวันตกเน้นเชาวน์ปัญญา (ปัญญาทางโลก) หรือ IQ ทำให้คนเก่งไปหมด ทำให้ใช้ความเก่งในทางเบียดเบียน เอาชนะคนอื่น ทำให้สังคมเกิดการแก่งแย่ง ช่วงชิงทำลาย เกิดความไม่ปกติในสังคม คนที่เรียนเกียรตินิยม ก็ใช่ว่าจะมาทำงานปกครองลูกน้อง ทำงานได้สำเร็จได้อย่างดีทุกคน นักจิตวิทยาชาวตะวันตกก็เลยบัญญัติเชาวน์อารมณ์หรือ EQ ขึ้นมา เพื่อให้คนประสบความสำเร็จของชีวิตและการงานพร้อมกัน และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

                        เมื่อพิจารณาแล้วเชาวน์อารมณ์จะเทียบกับคำว่า “ปัญญา” และ “ศรัทธา” ในทางพุทธศาสตร์ เชาวน์อารมณ์ประกอบด้วย การรู้อารมณ์คน การควบคุมอารมณ์ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา การให้กำลังใจตนเองได้ และการมีมนุษย์สัมพันธ์ดี

                        พลังแห่งการหยั่งรู้ เป็นแนวคิดใหม่เชิงจิตวิญญาณที่จะต้องใช้ปัญญาไตร่ตรอง ซึ่งเชื่อมโยงกับการปฏิบัติสมาธิภาวนากรรมฐาน ทำให้ผู้ปฏิบัติมีจิตใจที่สงบนิ่ง เยือกเย็น อารมณ์แจ่มใสเสมอ และเกิดภาวะการเรียนรู้เข้าใจได้เองจากการพิจารณาสภาวะธรรม

 

1. บทนำ

การบริหารด้วยปัญญา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารเชิงพุทธ ซึ่งมี ปัญญา ศีล สมาธิ เป็นแกนหลัก เป็นที่ยินดีอย่างยิ่ง ที่ชาวตะวันตกเริ่มมาสนใจศาสตร์ใหม่ คือ เน้นในเรื่องจิตใจและอารมณ์ ซึ่งทางพุทธศาสนาพูดเรื่องนี้มา 2 พันกว่าปีแล้ว แต่ฝรั่งเขาเรียกอีกอย่างหนึ่ง

เดิมทีฝรั่งเน้นเชิงวัตถุ คนไทยเน้นเชิงพุทธ เน้นในเรื่องของจิตใจ ต่อมาคนไทยก็หันไปเน้นวัตถุตามฝรั่ง มีการบริโภควัตถุมากจนเกิดภาวะวิกฤต IMF ทั้งๆ ที่ของดีก็มีอยู่กับคนไทย แม้นจะทำบุญให้ได้ผลทางด้านจิตใจ ก็เน้นทำบุญด้วยวัตถุอีก บุญกิริยาวัตถุ 3 อย่าง มี การให้ทาน (วัตถุทาน ธรรมทาน อภัยทาน) การรักษาศีล และการเจริญภาวนา จะเห็นว่ามีหลายวิธีทำบุญที่ไม่ต้องเสียเงินเลย ยกเว้นวัตถุทาน แต่คนไทยก็ยังชอบทำบุญด้วยวัตถุที่ต้องเสียเงิน ช่างน่าแปลกใจจริงหนอ บุญกิริยาวัตถุ 10 อย่างก็มี การให้ทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนา การถ่อมตนแก่ผู้ใหญ่ การช่วยทำกิจที่ชอบ การให้ส่วนบุญ การอนุโมทนาส่วนบุญ การเสวนาฟังธรรม การแสดงธรรม และการทำความเห็นให้ถูกต้อง ซึ่งจะเห็นว่าหลายบุญกิริยา ไม่ต้องอาศัยเงินหรือวัตถุ

ปัจจุบันฝรั่งเริ่มหันมาสนใจเรื่องจิตใจ คนไทยก็เริ่มตื่นตัวตามฝรั่งอีก แท้จริงแล้วสิ่งนี้คนไทยนำฝรั่งมานานแล้ว หากผู้นั้นซาบซึ้งหรืออ่านมากในพุทธศาสนา ธรรมคำสั่งสอนต่างๆ หากพิจารณาให้ดีคนไทยน่าจะเป็นผู้นำ สั่งสอนคนฝรั่งในเรื่องนี้

ฝรั่งเน้นเรื่องไอคิว (IQ) จนคนฉลาดไปหมด แต่เป็นการฉลาดที่ไม่มีปัญญาหรือศรัทธา ในเรื่องกรรมดีคอยกำกับทิศทาง เบียดเบียนสังคม เกิดปัญหาสังคม นักจิตวิทยาก็เลยบัญญัติอีคิว (EQ) เป็นความฉลาดทางอารมณ์ของคน เพื่อให้สังคมอยู่ด้วยกันได้ นี่ก็เป็นการสอนคนผู้ฉลาดทั้งหลาย ให้รู้ถึงธรรมะ โดยการแสดงออกว่าเป็นวิชาการทันสมัย หากสอนในเชิงศาสนาก็ดูจะโบราณไม่น่าเชื่อถือ พูดง่ายๆ คือ สอนธรรมะ โดยไม่ต้องคำนึงว่าคนนั้นนับถือศาสนาใดๆ หรือไม่มีศาสนาสังกัดในทางปฏิบัติก็ได้ (มีแต่นับถือศาสนาตามทะเบียนบ้านเท่านั้น)

http://www.budmgt.com/budman/bm01/intuitive.html
Logged
Pages: [1]   Go Up
  Print  
 
Jump to:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC
Lover Design By Burak
Page created in 0.067 seconds with 19 queries.