Username Always stay logged in
Password:
Pages: [1]   Go Down
  Print  
Author Topic: มโนห์รา หรือ พระสุธนคำฉันท์ เรื่องย่อทั้งหมด  (Read 2215 times)
August 13, 2009, 09:51:27 PM
loji wizard
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
Offline Offline

Posts: 6800



View Profile
« on: August 13, 2009, 09:51:27 PM »

มโนห์รา หรือ พระสุธนคำฉันท์

ในกาลปางก่อน พระเจ้าอาทิตยวงศ์เป็นกษัตริย์ครองเมืองปัญจาลนคร พระมเหสี
ี ชื่อพระนางจันทราเทวี ต่อมาพระมเหสึมีพระโอรสซึ่งเมื่อประสูติ ก็บังเกิดขุมทองสี่ขุม
ขึ้น ที่มุมปราสาทสี่มุม พระเจ้าอาทิตยวงศ์จึงประทานนามให้ว่า "พระสุธน"
(แปลว่ามีทรัพย์ประเสริฐ-มีทรัพย์มาก) บ้านเมืองก็เจริญรุ่งเรืองเป็นอันมาก พระสุธน
ราชกุมารก็ศึกษาวิชาการมีฝีมือทางการยิงธนู

วันหนึ่งนายพรานบุณฑริกชาวเมืองปัญจาลนคร เข้าไปล่าสัตว์ในป่าลึกพบกลุ่ม
นางกินนรีพี่น้องเจ็ดตนมาเล่นน้ำที่สระ นายพรานเห็นนางกินนรีงดงาม คิดจะจับนาง
ไปถวายพระสุธน จึงแอบเข้าไปใกล้ ๆ เห็นกองปีกหางของนางกินนรีจึงหยิบไว้ชุดหนึ่ง
ส่วนนางกินนรีทั้งเจ็ด เมื่อเล่นน้ำเสร็จก็กลับขึ้นมาใส่ปีกใส่หาง นางมโนห์ราน้องสาว
คนสุดท้องหาปีกหาหางของตนไม่พบ ก็ไม่าสมารถบินกลับ พี่ ๆ ทั้งหกก็จำต้องทิ้ง
นางไป พรานบุณฑริกจึงนำบ่วงมาคล้องนางไป และนำไปถวายพระสุธน พระสุธน
ยินดีมากจึงประทานทองคำและแก้วแหวนเงินทองให้แก่นายพราน พระเจ้าอาทิตยวงศ์
และนางจันทราเทวี ก็จัดงานอภิเษกสมรส พระสุธนกับนางมโนห์รา

ต่อมามีข้าศึกยกมาตีเมืองปลายเขตแดน พระสุธนจึงต้องยกทัพไปปราบ
พราหมณ์ปุโรหิตผู้หนึ่งซึ่งเคยคุ่นเคืองใจ กับพระสุธน ก็แกล้งเท็จทูลพระเจ้า
อาทิตยวงศ์ว่านางมโนห์ราเป็นกาลกิณี ควรจะจัดบูชายัญ เพื่อให้บ้านเมืองเป็นสุข
พระเจ้าอาทิตยวงศ์ไม่เต็มพระทัย เพราะทรงทราบดีว่านางมโนห์ราเป็นที่รักอย่างยิ่ง
ของพระสุธน แต่ขัดความเห็นของเสนาอำมาตย์ไม่ได้ จึงยอมพระทัยจัดพิธีบูชายัญ
นางมโนห์ราเมื่อทราบก็ยินยอมให้ฆ่าบูชายัญ แต่ขอปีกขอหางมาประดับเพื่อร่ายรำ
บูชา พระนางจันทราเทวีก็รีบนำปีกและหางของนางกินนรี ซึ่งพระสุธนฝากไว้มาให้
นางมโนห์ราร่ายรำจนร่างกายคล่องแคล้ว แล้วนางก็บินกลับไปยังเขาไกรลาสถิ่นที่อยู่
ระหว่างทางนางได้แวะมากราบพระฤาษีกัสสปในป่า และฝากผ้ากัมพลและพระ
ธำมรงค์ไว้ให้พระสุธน ถ้าพระสุธนตามนางมาถึงพระอาศรมของฤาษี และให้ห้าม
ปรามพระสุธนว่าไม่ควรตามนางไปเพราะทางยากลำบากมากแต่ถ้าพระสุธนยังดื้อดึง
ที่จะไปก็ขอให้มอบยาผงนี้ให้แก่พระสูธนและให้บอกพระสุธนว่า เมื่อถึงป่าไม้มีพิษให้
จับลูกลิงไปตัวหนึ่ง เมื่อจะเสวยผลไม้ใดต้องปล่อยให้ลูกลิงกินก่อนแล้วจึงเสวยและเมื่อ
ถึงป่าหวายใหญ่ ให้เอาผ้ากัมพลคลุมตัวให้แน่น นกหัสดีลิงค์จะเข้าใจว่าเป็นเนื้อกวาง
ก็จะโฉบลงมาคาบตัวไป พอถึงรังนกก็ให้ตบมือนกจะตกใจบินหนีไป พระสุธนก็จะ
เดินทางต่อไปพบพญาช้างสองตัวต่อสู้กันขวางทางอยู่ ให้เอายาผงทาทั่วตัว แล้วเดิน
ลอดไประหว่างขาช้าง เมื่อเดินทางต่อไปจะพบภูเขาชนกันก็ให้ใช้ยาผงทาตัวแล้วเดิน
ไประหว่างช่องเขา ต่อไปจะพบยักษ์สูงเจ็ดชั่วลำตาล ยืนขวางทางให้ใช้ยาผงโรย
ลูกศรแล้วยิงให้ถูกอกยักษ์ เมื่อยักษ์ล้มให้เดินไปทางหัวของยักษ์ ต่อไปถึงป่าทึบไม่มี
ทางออกให้ขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ในรังนกยักษ์ และเมื่อนกยักษ์บินออกหากินก็ให้ซ่อนตัว
อยู่ในปีกของนก พอนกลงหากินก็รีบลงเพราะที่นั่นจะเป็นเขาไกรลาส

แล้วนางมโนห์ราก็กราบลาพระฤาษีบินไปยังเขาไกรลาส ท้าวทุมราชบิดา
ของนางถึงแม้จะยินดีที่นางกลับมาแต่เนื่องจากนางไปอยู่โลกมนุษย์เป็นเวลานานจึงให้
นางอยู่ในปราสาทต่างหาก และเมื่อครบเจ็ดวันตามเวลาของเขาไกรลาส ก็จะทำพิธี
มงคลชำระสระสรงนางมโนห์ราให้หมดกลิ่นสาบของมนุษย ์ ฝ่ายพระสุธนเมื่อขับไล่
ข้าศึกไปได้แล้วก็รีบกลับพระนครพอรู้ว่านางมโนห์ราบินหนีไปแล้ว ก็เสียพระทัยมาก
รีบทูลลาพระบิดาและพระมารดาเพื่อติดตามนางมโนห์รา พระสุธนเดินทางไปพบ
พระฤาษีกัสสป และได้ทราบความที่นางฝากไว้พระสุธนก็มิได้ย่อท้อ ออกเดินทางและ
ปฎิบัติตามที่นางสั่งทุกประการ พระสุธนเดินทางเช่นนี้เป็นเวลาถึงเจ็ดปี เจ็ดเดือน
เจ็ดวัน พอถึงวันที่เจ็ดก็มาถึงเขาไกรลาส พระสุธนจึงซ่อนตัวอยู่ที่ใต้ต้นไม้ริมสระน้ำ
ไม่ช้าก็มีนางกินนรีบริวารถือหม้อทองคำมาตักน้ำที่สระ พอถึงคนสุดท้ายพระสุธนก็
บันดาลให้นางยกหม้อทองคำไม่ขึ้น พระสุธนออกมาช่วยยกให้และได้แอบใส่
พระธำรงค์ลงในหม้อน้ำนั้น เมื่อนางกินรีบริวารสรงน้ำให้นางมโนห์ราถึงนางกินนรี
คนสุดท้ายรดน้ำเหนือศีรษะนางมโนห์รา พระธำรงค์ก็หล่นลงมากับสายน้ำนาง
มโนห์รายกมือขึ้นลูบหน้าแหวนธำรงค์ก็สวมเข้าที่นิ้วก้อยพอดี นางทราบทันทีว่า
พระสุธนตามมาถึงแล้วจึงสอบถามนางกินรีที่มาทีหลัง นางกินรีเล่าว่าได้พบชายหนุ่ม
ช่วยยกหม้อน้ำให้นางมโนห์รา จึงให้นางกินนรีดูแลพระสุธนและส่งเครื่องนุ่งห่ม
และเครื่องประดับไปให้ แล้วนางมโนห์ราก็นำความทูลพระบิดาและพระมารดา

ท้าวทุมราชจึงให้พระสุธนมาเข้าเฝ้าและให้แสดงฝีมือยิงธนู ซึ่งเป็นที่ถูก
พระทัยท้าวทุมราช แต่ก็ยังมีการทดสอบอีกขั้นหนึ่ง โดยให้พระธิดาทั้งเจ็ดพระองค์
แต่งกายงดงามเหมือนกันและมานั่งสลับกันอยู่ท้าวทุมราช จึงให้พระสุธนชี้
นางมโนห์ราให้ถูกต้องธิดาทั้งเจ็ดองค์เหมือนกันมาก จนพระสุธนจำนางมโนห์ราไม่
ได้ พระสุธนจึงตั้งสัจจาธิษฐานว่าถ้าในชาติก่อนไม่เคยคบหากับภรรยาของผู้อื่นมีจิต
ใจมั่นคงที่นางคนเดียวแล้ว ขอให้จำนางได้พระอินทร์จึงแปลงกายเป็นแมลงวันทอง
บินรอบศีรษะนางมโนห์รา พระสุธนก็ชี้นางมโนห์ราได้ถูก

ท้าวทุมราชมีความยินดีจัดงานอภิเษกพระสุธนกับนางมโนห์ราแล้วพระสุธน
ก็ขอลาท้าวทุมราชพานางมโนห์รากลับไปเมืองปัญจาลนครพระอาทิตยวงศ์ดีพระทัย
เป็นอย่างยิ่ง จัดการตบแต่งพระนครและทำการอภิเษกพระสุธนกับนางมโนห์รา
ให้ครองราชสมบัติ เมืองปัญจาลนครสืบต่อไป


http://www.e-tech.ac.th/depart/thai-so/manora.html
Logged
Pages: [1]   Go Up
  Print  
 
Jump to:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC
Lover Design By Burak
Page created in 0.078 seconds with 19 queries.