Username Always stay logged in
Password:
Pages: [1]   Go Down
  Print  
Author Topic: นิชิเรนโชชู  (Read 1041 times)
September 17, 2011, 08:59:35 PM
loji wizard
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
Offline Offline

Posts: 6800



View Profile
« on: September 17, 2011, 08:59:35 PM »

นิชิเรนโชชู
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี



อนุสาวรีย์พระนิชิเร็น ด้านนอกฮอนโนะจิ ใน อำเภอเทะระมะชิ กรุงเกียวโต
นิกายนิชิเรนโชชู (ญี่ปุ่น: 日蓮正宗) คือหนึ่งในนิกายฝ่ายมหายานของพระพุทธศาสนา นิกายนิชิเรน โดยยึดตามคำสอนของ พระนิชิเร็นไดโชนิน ซึ้งเชื่อในหมู่ผู้นับถือว่าคือพระพุทธเจ้าแท้จริง มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น การปฏิบัติที่รู้จักกันดีคือการสวดไดโมขุ หรือ ธรรมสารัตถที่ว่านัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว นิกายนี้จัดเป็นนิกายที่มีคำสอนตรงกันข้ามและโจมตีนิกายมหายานอื่นๆอย่างชัดเจน อาทิเช่น นิกายเซน, นิกายชินงอน, นิกายสุขาวดี, วัชรยาน เป็นต้น ซึ่งนิชิเรน ได้เห็นความเบี่ยนเบนทางคำสอนของพระพุทธศาสนา และได้หักล้างความเบี่ยนเบนต่างๆเหล่านั้น สาวกคนสำคัญของพระนิชิเร็นไดโชนิน พระนิกโค โชนิน เป็นผู้ก่อตั้งวัดใหญ่ไทเซขิจิ ปัจจุบันมีพุทธศาสนิกชนแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก มีวัดสาขาและศูนย์กลางเผยแผ่ประจำในประเทศต่างๆเช่น อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เกาหลี ไต้หวัน อินโดนีเซีย ศรีลังกา สิงคโปร์ กานา บราซิล อาร์เจนตินา ฮ่องกง มาเลเซีย สเปน อินเดีย เป็นต้น
ในปัจจุบันนิกายนิชิเรนโชชู ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับ สมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย แต่อย่างใด
นิชิเรนโชชูได้มีการจัดพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 750 ปีแห่งการก่อตั้งนิกายเมื่อปี ค.ศ. 2002

ประวัติ

พระนิชิเรนไดโชนินคือผู้สถาปนาคำสอนเมื่อวันที่28 เมษายน ค.ศ. 1253 ขณะที่อายุ 32 ปี ณ เมืองคามาคุระ 7 ปีต่อมาท่านได้แต่งหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ ริสโช อันโคคุรอนหรือการยังสันติสุขสู่บ้านเมืองด้วยการเผยแผ่คำสอนศาสนาพุทธที่แท้จริง เมื่อ ค.ศ. 1260 เพื่อยื่นเสนอต่อรัฐบาลทหารคามาคูระซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของผู้สำเร็จราชการลำดับที่ 5 โฮโจ โทกิโยริ
ใจความหนังสือเสนอให้ใช้พุทธศาสนาของพระนิชิเร็นไดโชนิน เป็นกฎหมาย และเรียกร้องให้รัฐบาลและชาวญี่ปุ่นเลิกนับถือสนับสนุนคำสอนและนิกายต่างๆของศาสนาพุทธ และให้หันมาปฏิบัติคำสอนแท้จริงเพียงหนึ่งเดียว โดยเชื่อว่ารากฐานอันมั่นคงที่เกิดจากพุทธศาสนาที่แท้จริงจะทำให้ญี่ปุ่นและทั่วโลกสงบสุขและปลอดภัย เนื่องจากญี่ปุ่นในสมัยนั้นประสบปัญหานานับประการ ทั้งภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหวและพายุที่รุนแรง สภาพอากาศผิดธรรมชาติ โรคระบาด ข้าวยากหมากแพง ความระส่ำระสายแย่งชิงอำนาจภายใน และการคุกคามจากจักรวรรดิมองโกล แต่รัฐบาลทหารคามาคูระปฏิเสธข้อเรียกร้องของท่านทุกครั้งที่ท่านยื่นหนังสือฉบับนี้ ท่านจึงปลีกตัวจากคามาคูระและเริ่มเตรียมรากฐานการเผยแผ่หลักธรรม

เกี่ยวกับนิกาย

นิชิเรนโชชู เป็นนิกายดั้งเดิมของศาสนาพุทธแท้ของพระนิชิเรนไดโชนิน โดยมีสมาชิกอยู่ทั่วโลก วัดใหญ่ของนิชิเรนโชชู วัดไทเซขิจิ ได้ตั้งอยู่ที่เชิงเขาฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น ชื่อของนิกายนี้คือ นิชิเรนโชชู แปลว่า "นิกายนิชิเรนดั้งเดิม" และ ในบางครั้งจะถูกเรียกว่า "นิกายฟูจิ" เพราะที่ตั้งของวัดใหญ่นั้นอยู่ที่เชิงเขาฟูจินั่นเอง นิชิเรนโชูมีความเชื่อเรื่อง มรดกแห่งหลักธรรม ซึ่งเป็นการส่งต่อแก่นแท้ของคำสอนศาสนาพุทธของพระนิชิเรนไดโชนิน ให้กับ พระสังฆราชนิกโค โชนิน ซึ่งเป็นสาวกคนสำคัญของพระนิชิเรนไดโชนิน ซึ่งได้ถูกเลือกโดยพระนิชิเรนไดโชนินให้เป็น พระสังฆราช ที่รับหน้าที่เผยแผ่หลักธรรมของศาสนาพุทธแท้ของพระนิชิเรนไดโชนินในสมัยปัจฉิมธรรมs]หลังการดับขันธ์ของท่าน การส่งต่อมรดกแห่งหลักธรรมนี้ถูกส่งมอบให้กับบุคคลเพียงคนเดียว ตามที่ได้ถูกกล่าวไว้ในงานเขียนของพระนิชิเรนไดโชนิน เรื่อง "หนึ่งร้อยและหกบทความ"
สิ่งสักการบูชาของนิชิเรนโชชู คือ ไดโงะฮนซน (โงะฮนซนที่ยิ่งใหญ่) โงะฮนซนทั้งหมดจะถูกคัดลอกโดยสมเด็จพระสังฆราชของนิชิเรนโชชู โดยทำการคัดลอกจากไดโงะฮนซน และสร้างความสัมพันธ์กับไดโงะฮนซนด้วยพิธีเปิดเนตรโงะฮนซนเหล่านี้ ต่อหน้าไดโงะฮนซน วัดใหญ่ไทเซขิจินั้นได้มีผู้นับถือนิชิเรนโชชูจากทั่วโลกเดินทางมานมัสการไดโงะฮนซนเป็นจำนวนมากทุกปี นิชิเรนโชชูมีวัดกว่า 700 วัดในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีวัดในต่างประเทศถึง 22 วัด โดยมี 6 วัดในสหรัฐอเมริกา 9 วัดในไต้หวัน 2 วัดในอินโดนีเซีย รวมไปถึง บราซิล ฝรั่งเศส สเปน สิงคโปร และ กานา
นิชิเรนโชชูในปัจจุบันอยู่ภายใต้การนำของ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 68 พระนิชิเนียว โชนิน ซึ่งได้สืบทอดมรดกแห่งหลักธรรมมาตั้งแต่สมัยของพระนิกโค โชนิน โดยได้ส่งต่อมรดกนี้มาเป็นเวลา 750 ปี โดยไม่มีการขาดตกบกพรองหรือบิดเบือนแต่อย่างไร
พระสงฆ์นิชิเรนโชชู ได้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างจากพระสงฆ์ นิกายอื่นๆ โดยจะใส่เฉพาะจีวรสีเทาและขาว เท่านั้น ซึ่งเหมือนกับที่พระนิชิเรนไดโชนินได้สวมใส่ในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่
นิกายนี้ยึดมั่นในคัมภีร์สัทธรรมปุณฑริกสูตร (โฮเคเคียว)เป็นหลักโดยถือว่าพระสูตรนี้คือคำสอนที่แท้จริงของพระศากยมุนีพุทธะ พระสูตรอื่นๆเป็นเพียงกุศโลบายที่พระองค์ใช้เทศนาสรรพสัตว์เพื่อให้เข้าถึงพระสูตรนี้ในท้ายที่สุด โดยอธิบายว่าพระสูตรอื่นๆในช่วง42ปีแรกแห่งการเคลื่อนพระธรรมจักรของพระศากยมุนีคือคำสอนตามใจและสติปัญญาผู้ฟัง ส่วนสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่พระองค์เทศนาในช่วง8ปีสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพคือคำสอนตามใจและสติปัญญาพระพุทธะเอง
เป้าหมายอีกประการคือมุ่งหวังให้ผู้คนในโลกนับถือคำสอนนี้ทั่วกันทุกคนซึ่งเรียกว่าบรรลุ โคเซ็นรูฝุ พระสงฆ์และฆราวาสจึงร่วมกันเผยแผ่ธรรมะโดยถือเป็นวัตรปฏิบัติอย่างหนึ่งเรียกว่าชากูบุกุ และมีการเยี่ยมเยียนบ้านผู้นับถือด้วยกันเพื่อสวดมนต์ร่วมกัน ศึกษาธรรมะร่วมกัน และหรือให้กำลังใจ ให้คำชี้นำในการปฏิบัติแก่ผู้นับถือใหม่ นิชิเรนโชชูจะมีการรวมตัวกันเพื่อสวดมนต์ ศึกษาธรรมะอย่างน้อยเดือนละครั้งจนถึงสัปดาห์ละครั้ง ณ สมาคมผู้ปฏิบัติ และหรือเข้าฟังเทศนาธรรมะจากพระสงฆ์ในกรณีที่มีศูนย์กลางเผยแผ่ที่มีพระสงฆ์ประจำหรือวัดในพื้นที่นั้นๆ พุทธมามกะนิชิเรนโชชูจะเรียกสังกัดตนเองว่าฮกเคโขะตามที่ปรากฎในไดโงะฮนซน

ข้อคติที่แตกต่างจากนิกายอื่น

ปฏิเสธคำสอนและคัมภีร์ของเถรวาท และของมหายานหลายๆนิกาย ยกเว้น พระสัทธรรมปุณฑริกสูตร
ถือคติว่าพระศากยมุนีตรัสรู้พระโพธิญาณมานานแล้ว 500 ธุลีกัป ก่อนหน้าพระชาติเจ้าชายสิทธัตถะ
พุทธภาวะนั้นนิรันดร์ ไม่ดับสูญ
ปฏิเสธการนิพพานหรือการไม่มาเกิดอีก
พุทธเกษตรที่แท้จริงคือโลกสหา ไม่มีโลกอื่น
พระพุทธะองค์อื่นๆคือบุคลาธิษฐานของพระศากยมุนี
พระศากยมุนีถ่ายโอนคำสอนทั้งมวลแก่พระโพธิสัตต์จากพื้นโลกที่นำโดยพระวิศิษฐ์จาริตรโพธิสัตต์
สานุศิษย์ส่วนใหญ่ในนิกายนิชิเรนสายอื่นๆ เชื่อว่าพระนิชิเรนไดโชนินผู้ก่อตั้งเป็นเพียงพระโพธิสัตว์โจเกียวหรือพระวิศิษฐ์จาริตรโพธิสัตต์มาปรากฏตัวตามคำพยากรณ์ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร
สานุศิษย์นิชิเรนโชชูเชื่อว่าพระนิชิเรนไดโชนินเป็นการอุบัติของพระพุทธเจ้าองค์นิรันดร์แห่งอดีตที่ยาวนานไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด และถือคติว่าพระศากยมุนีเป็นเพียงพระพุทธะชั่วคราวแห่งอดีตอันไกลโพ้น ด้วยเหตุนี้นิชิเรนโชชูจึงขานนามท่านว่า ไดโชนิน ที่แปลว่า มหาปราชญ์ ขณะที่นิกายนิชิเรนสายอื่นขานนามเพียง โชนิน
สิ่งสักการระบูชาที่แท้จริงและสูงสุดคือ ไดโงะฮนซน
ไม่มีการกราบไหว้เทพเจ้า พระพุทธรูป ภูติผีปิศาจใดๆ ไม่ว่าจะของญี่ปุ่นหรืออินเดีย

สิ่งเคารพบูชา

นิกายนี้มีสิ่งสักการะบูชาเป็นของตนเรียกว่า โงะฮนซน หรือ พระบรมปูชนียวัตถุ ซึ่งเป็นดั่งแผนภูมิจำลองธรรมสภาที่ปรากฏในสัทธรรมปุณฑริกสูตร และเป้นดั่งการจำลองพระสูตรให้เป็นกายภาพ จารึกด้วยอักขระจีนโดยมีคำว่านามูเมียวโฮเร็งเงเคียว นิชิเรน (นโมสัทธรรมปุณฑริกสูตร นิชิเรน) อยู่ตรงกลางในลักษณะแนวตั้งรายล้อมด้วยตัวแทนสภาพภูมิชีวิตต่างๆ สี่มุมของโงะฮนซนมีชื่อของท้าวจตุโลกบาลปรากฏอยู่ และปรากฏข้อความสิ่งสักการะบูชาสูงสุดของโลกนับจากหลังการปรินิพพานของพระพุทธะ
โงะฮนซนประดิษฐานโดยการแขวนไว้ในตู้ไม้ (บุตสึดัน) และมีโต๊ะบูชาที่ประกอบด้วยแจกันใบไม้สีเขียว เชิงเทียน กระถางธูปแนวนอน ระฆังทรงบาตรหงาย มีการถวายถ้วยน้ำและถ้วยข้าวที่หุงขึ้นเองเป็นพุทธบูชาทุกวัน บางโอกาสอาจมีการถวายผลไม้หรืออาหารหรือขนมที่ไม่มีกลิ่นฉุนด้วย โงะฮนซนตามบ้านเป็นม้วนกระดาษ ที่ประดิษฐานตามวัดจะจารึกสร้างจากแผ่นไม้โดยประดิษฐานบนแท่นสลักดอกบัว การสร้างโงะฮนซนเริ่มขึ้นในสมัยพระนิชิเรนไดโชนินด้วยตัวท่านเองเพื่อมอบให้สานุศิษย์ โดยโงะฮนซนองค์แรกเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์บีฑาธรรมที่ ทัตสึโนะคูชิ ขณะที่ท่านถูกเนรเทศไปเกาะซาโดะ ทุกวันนี้ยังมีโงะฮนซนเหล่านั้นบางองค์ตกทอดมาถึงปัจจุบัน
เมื่อผู้นับถือใหม่ผ่านพิธีรับศีล(โกจูไค)ซึ่งประกอบพิธีโดยพระสงฆ์เบื้องหน้าโงะฮนซนประจำวัด(โจจุโงะฮนซน) จึงจะได้รับมอบโงะฮนซนส่วนบุคคลจากทางวัดเพื่อประดิษฐานไว้บูชาในที่พักอาศัย และจะถือเป็นหน้าที่ต้องปกป้องโงะฮนซนตลอดไปเสมือนการปกป้องพระพุทธะ ถือประหนึ่งว่าได้เชื้อเชิญพระนิชิเรนไดโชนินเข้ามาพำนักในที่พักอาศัยของตน และจะได้รับโงะฮนซนเพียงองค์เดียวตลอดชีวิต จะมีการถ่ายโอนให้แก่ลูกหลานที่เป็นนิชิเรนโชชูเสมือนมรดกทางธรรมะในกรณีเมื่อตนสิ้นชีวิตเท่านั้น หากไม่มีผู้สืบทอดโงะฮนซนองค์นั้นจะถูกส่งคืนทางวัดไปเพื่อทำพิธีปิดเนตร แต่เป็นสิ่งที่สะเทือนความรู้สึกชาวนิชิเรนโชชูเป็นอย่างยิ่ง
โงะฮนซนนิชิเรนโชชูทุกองค์ถือเป็นทรัพย์สินของศาสนจักร โดยถือว่าเป็นการยืมมาสักการะในที่พักอาศัยเท่านั้นและไม่มีการเรียกคืนหรือแลกเปลี่ยนใดๆ
นิชิเรนโชชูไม่มีการบูชาเซ่นสรวงพลีกรรมรูปเคารพ พระพุทธรูป เทพเจ้า เทวดาอารักข์ พระภูมิเจ้าที่ต่างๆ และเคร่งครัดอย่างยิ่งที่จะไม่ปฏิบัติในศาสนกิจของศาสนาหรือความเชื่ออื่นๆอีก

ไดโงะฮนซน

สิ่งสักการะบูชาสูงสุดและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของนิชิเรนโชชูคือ ไดโงะฮนซน (Daigohonzon-Great gohonzon) หรือพระมหาบรมปูชนียวัตถุ มหามณฑลซึ่งจารึกสร้างขึ้นโดยพระนิชิเรนไดโชนิน เมื่อ ค.ศ. 1279 ด้วยเหตุปัจจัยจากการประสบบีฑาธรรมร่วมกับสานุศิษย์ที่สละชีวีตของตน ณ ตำบลอัตสึฮาระ โดยถือเป็นโงะฮนซนที่จะเปิดสู่สาธารณชนเมื่อการโคเซ็นรูฟุบรรลุผล นิชิเรนโชชูเชื่อว่าชีวิตจิตใจของพระนิชิเรนไดโชนินและพลังพุทธานุภาพไร้ขอบเขตสถีตในไดโงะฮนซนองค์นี้ โงะฮนซนที่ประดิษฐานตามวัดสาขาหรือตามบ้านของสานุศิษย์ทุกองค์ล้วนมีจุดกำเนิดและรูปแบบจากมหามณฑลนี้ โดยมีพระสังฆนายกเป็นผู้คัดลอกเและประกอบพิธีเบิกเนตรโงะฮนซนองค์ใหม่เบื้องหน้าไดโงะฮนซนเท่านั้น
ปัจจุบันไดโงะฮนซนประดิษฐานอยู่ ณ หอประดิษฐานสถานโฮอันโดะ วัดไทเซขิจิ จังหวัดชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น วัดนี้จัดอยู่ในทะเบียนสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นอีกด้วย ในแต่ละปีจะมีพุทธศาสนิกชนนิชิเรนโชชูทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ เดินทางมาแสวงบุญ (การโทซั่ง) ที่วัดไทเซขิจิเพื่อเข้าสักการะไดโงะฮนซนเป็นจำนวนมาก (พิธีโกไคหิ) และเป็นการเจริญรอยตามสานุศิษย์นิชิเรนโชชุรุ่นแรกๆที่เดินทางเป็นระยะทางไกลเพื่อเยี่ยมเคารพพระนิชิเรนไดโชนิน
เมื่อความมุ่งหวังให้ทุกตัวคนในโลกปฏิบัติศรัทธาธรรมะนี้ประสบเป็นจริง วัดไทเซขิจิจะถุกเปลี่ยนชื่อเป็นวัดฮนมนจิ(วัดแห่งคำสอนแท้จริง)ตามคำบัญชาของพระนิชิเรนไดโชนินก่อนการดับขันธ์
นิชิเรนโชชูอุปมาความสัมพันธ์ของแหล่งกำเนิดแห่งกุศลผลบุญไว้ว่าไดโงะฮนซนเปรียบเสมือนรากของต้นไม้ โงะฮนซนตามวัดสาขาเป็นดั่งกิ่งก้าน และโงะฮนซนตามบ้านสานุศิษย์คือใบไม้
อนึ่งนิกายนิชิเรนสายอื่นๆไม่ถือคติว่าไดโงะฮนซนคือจุดหมายในการมาเกิดของพระนิชิเรนไดโชนินเหมือนนิชิเรนโชชู และไม่สังกัดต่อวัดไทเซขิจิ บางนิกายสักการะพระพุทธรูป รูปปั้นหรือภาพวาดพระพุทธะองค์อื่นหรือของพระโพธิสัตต์ บางนิกายสักการะเทวรูปหรือยันต์ของชินโต หรือผสมผสานกัน

หลักปฏิบัติ

หลักปฏิบัติพื้นฐานของนิกายนี้คือ
ศรัทธา ปฏิบัติ ศึกษา
ศรัทธา คือการใช้ความศรัทธาที่จริงใจและบริสุทธ์ใจในพระสัทธรรมปุณฑริกสูตรแทนที่สติปัญญาอันจำกัดของปุถุชน นิชิเรนโชชูจะเน้นมากในด้านความศรัทธา
ปฏิบัติ คือการนำคำสอนมาใช้ในชีวิต ดำเนินชีวิตถูกต้องตามหลักธรรม หมั่นภาวนาไดโมขุ ขัดเกลาอุปนิสัย และบำเพ็ญเพียรแนะนำธรรมแก่ผู้อื่น
ศึกษา คือการมีหนี่งใจใฝ่หาธรรมะทำความเข้าใจคำสอนให้ถ่องแท้
นิชิเรนโชชูจะศึกษาคำสอนจากบทธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเรนไดโชนิน (โงโช่) ซึ่งก็คือจดหมายหลายร้อยฉบับที่พระนิชิเรนเขียนถึงสานุศิษย์หรือคำเทศนาปากเปล่าของท่านที่ได้รับการจดบันทึกไว้ โดยมีพระสงฆ์อรรถาธิบายอีกต่อหนึ่ง เมื่อใดที่พระสงฆ์อธิบายข้อธรรมหรือตอบคำถามของผู้นับถือจะต้องหยิบยกข้อความจากบทธรรมนิพนธ์มาเกริ่นนำเสมอ ปัจจุบันบทธรรมนิพนธ์เหล่านี้ทั้งต้นฉบับจริงหรือสำเนาคัดลอกล้วนถูกเก็บรักษาไว้ที่วัดไทเซขิจิในฐานะสมบัติศักดิ์สิทธิ์ บทธรรมนิพนธ์ที่สำคัญๆตามการจำแนกของนิชิเรนโชชูอันเปรียบเสมือนเพชรยอดมงกุฎมีอยู่ 10 ฉบับ ได้แก่ 1.ไดโมขุแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร 2.การยังสันติสุขสู่บ้านเมืองด้วยการเผยแผ่ศาสนาพุทธที่แท้จริง 3.เปิดดวงตา 4.วัตถุบูชาที่แท้จริง 5.การเลือกเวลา 6.การตอบแทนหนี้บุญคุณ 7.สาระสำคัญของสัทธรรมปุณฑริกสูตร 8.ความศรัทธา 4 ขั้นและการปฏิบัติ 5 ขั้น 9.ปุจฉาวิสัชนาเกี่ยวกับโงะฮนซน และ 10.จดหมายตอบชิโมมายะ
สวดพระสูตรและธรรมสารัตถที่ว่า นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ("ขอนอบน้อมอุทิศชีวิตแด่พระสัทธรรมปุณฑริกสูตร") ทุกเช้าเย็นต่อโงะฮนซนเป็นกิจวัตรอันสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ และต้องถือการปฏิบัตินี้เป็นหนึ่งในชีวิตประจำวัน พิธีการนี้เรียกว่า งนเกียว หรือ การทำวาระเช้าเย็น โดยนิชิเรนโชชูเชื่อว่าเป็นวิธีปลุกธรรมชาติพุทธะที่อยู่ในตนให้ตื่นขึ้นโดยอาศัย 4 พลังมหัศจรรย์คือ พลังพุทธะ พลังธรรมะในโงะฮนซน พลังศรัทธา และ พลังการปฏิบัติ ในผู้ปฏิบัติเพื่อมุ่งหวังให้เกิดการประสานความจริงกับปัญญา (เคียวชิ เมียวโกะ) มีพุทธิปัญญาในการดำเนินชีวิตให้ถูกต้องตามหลักธรรมะ กำจัดกรรมด้านลบ และชำระอยาตนะทั้ง 6 ให้บริสุทธ์สะอาดมากยิ่งขึ้น วันละ 2 ครั้งเช้าเย็นโดยแบ่งเป็นเช้า 5 วาระและเย็น 3 วาระ นิชิเรนโชชูจะทำวาระและสวดไดโมขุเบื้องหน้าโงะฮนซนเท่านั้น
-ธรรมสารัตถนี้อธิบายได้ว่า นัมคือ นโม อุทิศชีวิต เมียวคือ มหัศจรรย์ เร้นลับเหนือความเข้าใจคาดคะเน โฮคือ ธรรมะ ความจริง เร็งเงคือ บัวขาวหรือปุณฑริก เคียวคือพระสูตร ฉะนั้นบ่อยครั้งที่คำสอนของพระนิชิเรนไดโชนินจะถูกนิชิเรนโชชูเรียกว่าเมียวโฮ (ธรรมมหัศจรรย์)
-ส่วนพระสูตรนั้น นิชิเรนโชชูจะสวดพระสูตรเพียง 2 บทใน 28 บทเท่านั้นเพราะเชื่อว่าคือบทที่สำคัญที่สุด สองบทนั้นได้แก่
1.บทโฮเบ็น (บทกุศโลบาย) บทคัดย่อของบทร้อยแก้วของบทที่ 2 แห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระศากยมุนีเปิดเผยว่าคำสอนที่ผ่านมาคือกุศโลบาย ทรงใช้หลากหลายยุทธวิธีในการสั่งสอนสรรพสัตว์ให้หันเข้าสู่พระโพธิญาณ ทรงแสดงธรรมถึงความสอดคล้องของปรากฏการณ์ทั้งปวง
2.บทจูเรียว (บทพระชนมายุกาลของพระตถาคตเจ้า) บทร้อยกรองและร้อยแก้วของบทที่ 16 แห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระศากยมุนีเปิดเผยว่าพระองค์บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณมาเนิ่นนานแล้ว และพระชนมายุกาลเป็นนิรันดร์ ทรงดำรงอยู่ในฐานะพระพุทธะแห่งอดีตอันไกลโพ้น ทรงแสดงธรรมถึงความเป็นไปได้ของสรรพสิ่ง ทุกสภาพชีวิตในการบรรลุพุทธภาวะ บทนี้นิชิเรนโชชูเชื่อว่าคือใจความหลักของพระสูตร
ขณะทำวาระนิชิเรนโชชูทั้งพระสงฆ์และฆราวาสจะใช้ลูกปะคำคล้องนิ้วกลางทั้งสองข้างที่พนมมืออยู่โดยบิดสายปะคำให้คล้ายเลข 8 ลูกปะคำใช้แทนความหมายถึงชีวิต นิชิเรนโชชูบางคนจะพกไว้ติดตัวเสมอแต่ไม่ถือเป็นเครื่องรางของขลังกันภัย
จุดมุ่งหมายของผู้ปฏิบัติคือการขัดเกลาอุปนิสัย บำเพ็ญตนให้ถูกต้องตามหลักธรรม แก้ไขชะตากรรม เป็นอิสระจาก 3 หนทางแห่งกิเลส กรรมและความทุกข์ ได้มีชีวิตดั่งวลีที่ปรากฎในพระสูตรว่า"ชีวิตที่สุขสงบมั่นคงในชาตินี้และสิ่งแวดล้อมที่ดีในชาติหน้า" ท้ายที่สุดคือการบรรลุพุทธภาวะในรูปกายปัจจุบัน (โซะกุซิน โจ บุตสึ) ซึ่งเป็นคำสอนในนิกายนี้ที่ลึกซึ้งที่สุด

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B9
Logged
September 17, 2011, 09:03:37 PM
loji wizard
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
Offline Offline

Posts: 6800



View Profile
« Reply #1 on: September 17, 2011, 09:03:37 PM »

หลักคำสอนพื้นฐาน

หลักคำสอนมีความคล้ายคลึงกับนิกายเทียนไท้หรือนิกายเทนได ( นิกายสัทธรรมปุณฑริก ) ของท่านมหาธรรมาจารย์จื้ออี้ (ค.ศ 538-597)พระภิกษุชาวจีน ที่ยึดสัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็นพระสูตรหลักเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งคำสอนของพระศากยมุนีเป็น 5 ช่วง ลักษณะคำสอน 4 ประการ หรือคำสอนที่กล่าวถึงเอกภวังคจิตธรรมธาตุ (อิชิเน็นซันเซ็น-หนึ่งขณะจิตสามพันสภาวะ)ที่ปรากฎในคัมภีร์"มหาสมถวิปัสนา"(มะคะชิคัน)ของท่าน แต่นิชิเรนโชชูถือว่าเทียนไท้เป็นเพียงคำสอนภาคทฤษฎี แม้กระนั้นนิชิเรนโชชูก็เคารพท่านจื้ออี้ในฐานะพระพุทธะเช่นกันเนื่องจากท่านได้สนับสนุนส่งเสริมสัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็นอย่างมาก ทั้งยังนิพนธ์คัมภีร์และปกรณ์ที่อธิบายความหมายคำสอนและความสูงส่งสำคัญของสัทธรรมปุณฑริกสูตรไว้ ได้แก่ คำและวลีของสัทธรรมปุณฑริกสูตร(ฮกเขะมนงุ) ความหมายลึกซึ้งของสัทธรรมปุณฑริกสูตร(ฮกเขะเก็นจิ) และมหาสมถวิปัสนา(มะคะชิคัน) ทัศนคติที่ต่างกันอีกคือนิชิเรนโชชูจะแบ่งประเภทโดยมองว่าศาสนาพุทธของพระศากยมุนีเป็นศาสนาพุทธแห่งการสุกงอมและเก็บเกี่ยวผล ในขณะที่ศาสนาพุทธของพระนิชิเรนคือศาสนาพุทธแห่งการหว่าน (เมล็ดพุทธะ) เนื่องจากปุถุชนในปัจจุบันไม่มีกรรมสัมพันธ์โดยตรงกับพระศากยมุนีมาก่อน
นิชิเรนโชชูแบ่งพระศาสนกาลออกเป็น 3 ช่วงโดยยึดตามพระสูตรมหายานคือ
สมัยสุทธิธรรม(โชโฮ) 0ถึง1000ปีหลังพระปรินิพพาน พระธรรมยังบริสุทธ์ พระสาวกบรรลุธรรมได้ฉับพลันเพราะมีพีชกุศลกับพระศากยมุนี
สมัยรูปธรรม(โซโฮ) 1001ถึง2000ปีหลังพระปรินิพพาน พระธรรมเน้นที่พิธีกรรม พระสาวกทะยอยดับขันธ์สิ้น
สมัยปัจฉิมธรรม(มัปโป) 2001ปีหลังพระปรินิพพานจนถึงอนาคตกาล (ยุคปัจจุบันจัดอยู่ในสมัยนี้) พระธรรมสูญหาย คำสอนกุศโลบายสิ้นประสิทธิภาพ เป็นสมัยแห่งมลทิน เป็นเวลาแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร
นิชิเรนโชชูปฏิเสธการนิพพานหรือการไม่มาเกิดอีก แต่จะเน้นในเรื่องการรู้แจ้งเห็นจริงของชีวิต โดยมองว่าแท้จริงแล้วการนิพพานคือการบรรลุสภาพภูมิชีวิตพุทธะ และพุทธภาวะนั้นนิรันดร เป็นสากล
ที่เป็นพิเศษอีกประการหนึ่งคือการกล่าวถึงมหาธรรมเร้นลับ 3 ประการ(ซันไดฮิโฮ)ซึ่งได้แก่
สิ่งสักการะบูชาแห่งคำสอนที่แท้จริง (ฮนมน โนะ ฮนซน) หมายถึงไดโงะฮนซน
คำสวดแห่งคำสอนที่แท้จริง (ฮนมน โนะ ไดโมขุ) หมายถึงนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว
มหาวิหารแห่งคำสอนที่แท้จริง (ฮนมน โนะ ไคดัน) หมายถึงสถานที่ๆไดโงะฮนซนประดิษฐานซึ่งก็คือวัดไทเซขิจิ
ทั้งสามประการขยายมาจากมหาธรรมเร้นลับ 1 ประการซึ่งคือ"ไดโงะฮนซนแห่งมหาวิหารที่แท้จริงแห่งคำสอนที่แท้จริง" (ฮนมน ไคดัน โนะ ไดโงะฮนซน) ที่ว่าเร้นลับเพราะนิชิเรนโชชูเชื่อว่าเป็นส่วนที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกระหว่างบรรทัดของสัทธรรมปุณฑริกสูตร ไม่มีการเปิดเผยตลอดช่วงเวลาก่อนพระนิชิเรนไดโชนิน
ในมุมมองของนิชิเรนโชชู พระรัตนตรัยจะประกอบด้วย 1.พระนิชิเรนไดโชนินแทนพุทธรัตนะ(บุปโป) 2.ไดโงะฮนซนแทนธรรมรัตนะ(โฮโฮ) และ 3.คณะสงฆ์แทนสังฆรัตนะ(โซโบ)
คำสอนอื่นๆที่ลึกซึ้งน่าสนใจมีอาทิเช่น
กฎแห่งเหตุและผล เหตุและผลเกิดขึ้นพร้อมกัน มิใช่มีเหตุแล้วค่อยเกิดมีผล เหมือนการปลูกมะม่วงในวันนี้ย่อมได้ผลมะม่วงแม้จะยังไม่เห็นการออกดอกผล เพราะความแน่นอนของการออกผลเป็นมะม่วงมิใช่ผลไม้อื่น มีสมบูรณ์พร้อมในเมล็ดมะม่วงที่ใช้ปลูก
สิ่งแวดล้อมและตัวตนไม่แยกจากกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สะท้อนสภาพชีวิตของคนๆหนึ่ง
ทุกปรากฏการณ์สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นจรดปลาย
หนึ่งขณะจิตมีสามพันสภาวะทุกหนึ่งขณะจิตของสรรพสิ่งมีธรรมชาติพุทธะ
สิบโลกภูมิ สภาพภูมิชีวิตที่จิตมนุษย์วนเวียนในทุกขณะ อันได้แก่
  1.นรก คือ ภาวะจิตเป็นทุกข์ เดือดร้อน
  2.เปรต คือ ภาวะจิตกระหายอยากได้ โลภ
  3.เดรัจฉาน คือ ภาวะจิตเห็นแก่ตัว หลงผิด
  4.อสุระ คือ ภาวะจิตขุ่นมัว โมโห โกรธ พยาบาท ไม่พอใจ ใช้กำลังห้ำหั่น
  5.มนุษย์ คือ ภาวะจิตมีเหตุผล รู้หน้าที่ เป็นปรกติ
  6.เทวะ คือ ภาวะจืตเป็นสุขชั่วขณะ สมหวัง พอใจ
  7.ศึกษา คือ ภาวะจิตทีมุ่งมั่นศึกษาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
  8.สมาธิ คือ ภาวะจิตมุ่งมั่นกระทำจนสำเร็จ
  9.โพธิสัตต์ คือ ภาวะจิตเมตตา ปราณี
  10.พุทธะ คือ ภาวะจิตเป็นสุข อิ่มเอม มั่นคงถาวรตลอดกาล รู้แจ้งความเป็นจริงแห่งอดีต ปัจจุบัน อนาคต 
  สิบโลกภูมินี้ยังสามารถซ้อนซึ่งกันและกันด้วยเป็น10x10=100โลกภูมิ เช่น ภาวะจิตที่มารดาเป็นทุกข์เพราะบุตรป่วยไข้เทียบได้กับนรกภูมิซ้อนโพธิสัตต์ภูมิ เป็นต้น คำสอนนี้คือการปฏิเสธนรกใต้ดินและสวรรค์บนชั้นฟ้าภายนอกตัวเรา
สมบัติ 3 ชนิด คือ สมบัติในคลัง สมบัติในกาย และสมบัติในใจ
เปลี่ยนพิษเป็นยา เปลี่ยนหนทางชั่วเป็นหนทางแห่งการรู้แจ้ง เหมือนนายแพทย์ผู้ชำนาญสามารถใช้ยาพิษในการรักษาโรคร้าย
กิเลสคือโพธิญาณ กิเลสเป็นปัจจัยในการใฝ่หาพระโพธิญาณ เพราะมีกิเลสจึงมีพระโพธิญาณ เหมือนเป็นสองแต่ไม่ใช่สอง ชีวิตจะขาดกิเลสมิได้หากแต่ต้องควบคุมมันมิใช่ตัดทิ้งไป พระพุทธะก็มีกิเลสแต่กิเลสไม่มีผลต่อพระพุทธะเปรียบเสมือนตะกอนของน้ำที่นอนก้นอยู่
การบรรเทาผลกรรมของคนๆหนึ่ง ด้วยการยึดมั่นในคำสอนแท้จริงจะสามารถบรรเทาผลกรรมให้ได้รับน้อยกว่าไปรอรับในอนาคต
การบรรลุพุทธภาวะในรูปกายปัจจุบัน การรู้แจ้งเห็นจริงของชีวิตโดยที่ไม่ต้องรอเกิดใหม่หรือเปลี่ยนหน้าตา เพศ รูปร่างไป และยังหมายรวมไปถึงการมีท่าทีที่สงบสุขสามารถสวดไดโมขุได้ในวาระสุดท้าย ลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
เป็นต้น

นิกายและลัทธิที่แตกแขนง

คำสอนและคำสวดของนิกายเป็นที่ดลใจให้เกิดลัทธิใหม่ๆในญี่ปุ่น บางลัทธิยืมคำสวดแต่สร้างหรือดัดแปลงคำสอนขึ้นเอง เช่น สมาคมมิตรแห่งจิตวิญญาณหรือไรยุไค (ค.ศ. 1925) ริสโซโคไซไค (ค.ศ. 1938) และสมาคมสร้างคุณค่าหรือโซคา งักไกนานาชาติ (SGI) ซึ่งในปัจจุบันลัทธิเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับนิกายนิชิเรนโชชูทั้งสิ้น

นิกายที่แตกแขนงจากนิชิเรนโชชู
นิชิเรนชู
ฮนมน บุตสึริว ชู
เคมปน ฮอกเกะ
ฮอกเกะชู
ฮนมน ฮอกเกะ
นิชิเรนฮอนชู
นิชิเรนชู ฟูจิ-ฟุเซะ-ฮะ
ฮอกเกะ นิชิเรนชู
ฮอมปะ นิชิเรนชู
ฮอนเกะ นิชิเรนชู
ฟุจิ-ฟุเซะ นิชิเรนคนมน ชู
ฮอนเกะ นิชิเรนชู
โชโบะ ฮอกเกะ ชู
ฮนมน เคียวโอะ ชู
นิชิเรน โคมน ชู

ลัทธิที่แตกแขนงจากนิชิเรนโชชู
เคนโชไคอิ - ถูกคว่ำบาตร
โชชินไคอิ - ถูกคว่ำบาตร
โซกา งัคไค หรือ สมาคมสร้างคุณค่า - ถูกคว่ำบาตร

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B9
Logged
September 17, 2011, 09:08:14 PM
loji wizard
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
Offline Offline

Posts: 6800



View Profile
« Reply #2 on: September 17, 2011, 09:08:14 PM »

การคว่ำบาตรสมาคมสร้างคุณค่า หรือ โซกา งัคไค

(สาขาในประเทศไทยคือสมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย) ในปี ค.ศ. 1991 สมเด็จพระสังฆราชในขณะนั้นพระนิคเค่น โชนิน แห่งพุทธศาสนานิชิเรนโชชู ได้ประกาศการคว่ำบาตรต่อ ประธานสมาคมโซกา งัคไค ซึ่งเป็นสมาคมผู้นับถือที่ใหญ่ที่สุด โดยได้ให้เหตุผลว่า การปฏิบัติ คำสอน ของผู้นับถือจากสมคมนี้นั้นถูกเบี่ยนเบนไปโดยผู้นำ หรือประธานสมาคม และประธานสมาคมยังมีข้อพิทพาทกับพระสงฆ์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้นับถืออย่างร้ายแรง อีกทั้งในข้อหาที่ได้มีการประดิษฐ์ "โงะฮนซนปลอม" โงะฮนซนเป็น สิ่งสักการะบูชาของผู้นับถือนิชิเรนโชชู ซึ่งโดยปกติแล้วโงะฮนซนจะต้องถูกคัดลอกโดยสมเด็จพระสังฆราชจากวัดใหญ่ไทเซขิจิเท่านั้น และจะต้องมีการทำพิธีเปิดเนตรที่กระทำโดยสมเด็จพระสังฆราชที่วัดใหญ่เท่านั้น นอกเหนือจากนั้นจะถือเป็น "โงะฮนซนปลอม" และในที่สุดในปี ค.ศ. 1997 ผู้นับถือทั้งหมดที่ตัดสินใจยังคงเข้ากับสมาคมโซกา งัคไค ทั้งหมดทั่วโลก ก็ได้ถูกคว่ำบาตรออกจากการเป็นผู้นับถือพุทธศาสนานิชิเรนโชชูด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ผู้นับถือทั้งหมดไม่สามารถเดินทางไปยังวัดไทเซขิจิ เพื่อนมัสการไดโงะฮนซน ซึ่งเป็นสิ่งสักการะบูชาสูงสุดได้ นอกเสียจากจะถอนตัวจากสมาคมโซกา งัคไค และกลับมาเข้ากับนิกายนิชิเรนโชชู ดังเดิม ซึ่งจะต้องผ่านพิธีสำนึกผิด หรือการล้างบาป โดยพระสงฆ์

นิกายนิชิเร็นโชชูในประเทศไทย

สมาคมธรรมประทีป(ศูนย์ผู้ปฏิบัติธรรมนิชิเร็นโชชูแห่งประเทศไทย) กรุงเทพฯ
มูลนิธิส่งเสริมการปฏิบัติธรรม นิชิเร็นโชชู ประเทศไทย
สมาคมผู้ปฏิบัตินิชิเรนโชชูในประเทศไทย (เมียวเร็น) กรุงเทพฯ
สมาคม ฮกเขะโคะ นิชิเร็นโชชู ในประเทศไทย
สมาคมผู้ปฏิบัตินิชิเร็นโชชูเชียงใหม่
สมาคมผู้ปฏิบัตินิชิเร็นโชชูอุดรธานี

อ้างอิง

ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์. ศาสนาและปรัชญาในจีน ทิเบต และญี่ปุ่น. กทม. สุขภาพใจ. 2545
สุมาลี มหณรงค์ชัย, พระพุทธศาสนามหายาน, กรุงเทพ, ศยาม, 2550
สำนักฝ่ายต่างประเทศ นิชิเรนโชชู, คู่มือการปฏิบัติ, โตเกียว, นิชิเรนโชชู

ภาษาอังกฤษ
Basic Terminology of Nichiren Shoshu, Vol. 1, Nichiren Shoshu Shumuin, eds. Dainichiren Publishing Co., 2009. ISBN 4904429281, ISBN 978-4904429280
Nichiren Shoshu Basics of Practice, Nichiren Shoshu Temple, 2003 (revised). No ISBN.
Nichiren Shoshu Buddhism", Seiganzan Myoshinji Temple, 2007 [available for download and online at http://www.nichirenshoshumyoshinji.org/Introduction/Introduction.htm]
The Gosho of Nichiren Daishonin, Vol. 1, Nichiren Shoshu Overseas Bureau, trans. Dainichiren Publishing Co., 2005. ISBN 4904429265, ISBN 978-4904429266
The Gosho of Nichiren Daishonin, Vol. 2: Rissho Ankoku Ron, Nichiren Shoshu Shumuin, trans. Dainichiren Publishing Co., 2009. ISBN 4904429265, ISBN 978-4904429266
The Doctrines and Practice of Nichiren Shoshu, Nichiren Shoshu Overseas Bureau, 2002. Also available online in its entirety.
A Dictionary of Buddhist Terms and Concepts, Nichiren Shoshu International Center (NSIC), Tokyo, 1983. ISBN 4888720142.(Note: Despite its name, NSIC is no longer affiliated with Nichiren Shoshu; however, the dictionary largely reflects Nichiren Shoshu interpretations of terms and concepts.)

ญี่ปุ่น
Nichiren Shōshū yōgi (日蓮正宗要義: "The essential tenets of Nichiren Shoshu"), Taiseki-ji, 1978, rev. ed. 1999
Nichiren Shōshū nyūmon (日蓮正宗入門: "Introduction to Nichiren Shoshu"), Taiseki-ji, 2002
Dai-Nichiren (大日蓮), monthly magazine published by Nichiren Shoshu. Fujinomiya, Shizuoka, Japan (numerous issues)
Dai-Byakuhō (大白法), the Hokkekō organ newspaper. Tokyo (numerous issues)

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
http://www.nichirenshoshu.or.th
http://www.nichirenshoshu.or.jp/page/eng/index_e.htm (official Nichiren Shoshu web site)
http://www.nst.org// Nichiren Shoshu temple organization in the US
http://www.nst.org/articles/100Q&ABook.pdf A PDF book describing Nichiren Shoshu's doctrinal reasons for its excommunication of the Soka Gakkai for deviating from the true teachings of Nichiren Daishonin and Nichiren Shoshu.

ภาษาไทย
นิชิเรนโชชู ประเทศไทย
เฟซบุ๊คของสมาคมธรรมประทีป

เว็บไซต์ไม่เป็นทางการ
http://www.elbudismo.com.ar
http://www.nichiren.com.br

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B9
Logged
Pages: [1]   Go Up
  Print  
 
Jump to:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC
Lover Design By Burak
Page created in 0.124 seconds with 19 queries.