อาณาจักรมายา

<< < (2/3) > >>

loji wizard:
ตา อีริค ฟอน ดานิเก้น ผู้เชื่อทฤษฎีพระเจ้าจากอวกาศได้ให้ข้อสังเกตเอาไว้ว่า ในเมื่อชาวมายาสืบเชื้อสายและเรียนศิลปวิทยาการมาจากพระเจ้า ถ้าอย่างนั้น จะเป็นไปได้ไหมว่า พระเจ้าของชาวมายา ก็คือมนุษย์ต่างดาวจากดาวดวงอื่น ที่ลงพื้นโลกมาชั่วคราวเพื่อปฏิบัติภารกิจบางอย่าง พอเสร็จงานแล้วก็เสด็จจากไป

เป็นข้อสันนิษฐาณที่น่าคิดเหมือนกัน ชาวมายารู้จักดาวศุกร์เป็นอย่างดี ตลอดจนสามารถคำนวณล่วงรู้ถึงระยะของวงโคจร ของดาวศุกร์ได้ อย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยปราศจากกล้องดูดาวหรือเทคนิคอื่นใด คนโบราณอย่างชาวมายาจะรู้ได้อย่างไรล่ะครับ ถ้าไม่ใช่ผู้ชำนาญการเกี่ยวกับดาวดวงนี้มาบอกเอง

ปฏิทินของชาวมายาเล่าครับ เค้าคำนวณวันเดือนปีย้อนหลังไปเป็นล้านๆปีอย่างแม่นยำน่าทึ่ง ไหนจะการสร้างปิระมิดอีกล่ะ ชาวมายาเป็นแค่ชนพื้นเมืองกลุ่มเล็กๆนะครับ ไม่ใช่มหาอำนาจอย่างอียิปต์ เค้าไม่มีทางเกณฑ์ไพร่พลมากมายมาสร้างสิ่งมหึมาขนาดนั้นได้ หินแต่ละก้อนหนักเป็นสิบๆตัน เค้าเอาอะไรมาตัด มาสะกัดให้เป็นสี่เหลี่ยมผิวเรียบแล้ววางซ้อนกันได้แบบนี้ แปลนของปิระมิดก็ถูกออกแบบไว้อย่างดี ชนิดที่ว่าสถาปนิกกับวิศวกรรสมัยนี้ จะสร้างตามโดยอาศัยเครื่องมือแบบที่คนพื้นเมืองใช้นั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่นิดเดียว หากชาวมายามีครูลงมาสอนศิลปวิทยาการจริง ครูของพวกเค้าจะต้องมีความรู้กว้างขวาง และมาจากดินแดนที่เจริญพร้อมด้านวิทยาการอย่างไม่ต้องสงสัย

ผมได้กล่าวไปแล้วในตอนต้นว่า บริเวณศักดิ์สิทธิกลางอาณาจักรนับเป็นที่ตั้งของ ปิระมิด วิหาร เทวาลัย ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับพระเจ้าโดยเฉพาะทั้งสิ้น ส่วนชาวพื้นเมืองจะอยู่ในบริเวณรอบนอกออกไป …เป็นไปได้หรือไม่ว่า บริเวณที่กล่าวถึงเป็นเขตหวงห้าม เพราะพระเจ้าที่อาจเสด็จมาจากดาวดวงอื่นนั้น จำกัดบริเวณนั้นไว้กระทำกิจบางอย่าง โดยยอมให้ชาวพื้นเมืองประมาณหยิบมือเช่นพวกพระมาเป็นลูกมือช่วยงาน ต่อมาเมื่อพระเจ้าทำงานเสร็จและจะกลับสู่ที่ๆพระเจ้ามา พระเจ้าของชาวมายาก็อาจจะหอบชาวมายาเหล่านี้กลับไปด้วย หรือไม่ก็ทำให้ชาวมายาหายไปด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เพื่อให้ความลับยังเป็นความลับต่อไป คนที่รักษาความลับได้ดีที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นคนตายหรอกครับ

ข้อน่าสังเกตอีกอย่างเกี่ยวกับอาณาจักรมายา ก็คือว่า เมืองใหญ่ของพวกเขา เช่น ติกัล ตั้งอยู่ในป่าลึก ห่างไกลจากอ่าวฮอนดรัสถึง 109 ไมล์ อ่าวแคมปัช 162 ไมล์ และห่างจากมหาสมุทรแปซิฟิกตั้ง 240 ไมล์ มันผิดวิสัยการตั้งรกรากของชุมชนมนุษย์นะครับ เพราะคนโบราณมักตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้แหล่งน้ำเป็นหลัก อารยธรรมของเราก็มาจากลุ่มน้ำใหญ่ทั้งนั้น (คงนึกออก ถ้าท่านไม่พากันตกประวัติศาสตร์) แต่ชาวมายากลับต่างออกไป พวกเขาดันไปตั้งบ้านเมืองในป่าลึก ทำอ่างเก็บน้ำขนาดมหึมาตั้งสิบสองสิบสามแห่ง แค่นี้ก็ลำบากพอแล้ว พวกเขายังหาเหาใส่หัวอีก โดยการทำทางระบายน้ำเข้าสู่ตัวเมือง ทำไมชาวมายาที่ว่ากันว่าฉลาดๆจึงหาเรื่องยุ่งใส่ตัวให้วุ่นวายขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่ทุกอย่างที่พวกเขาทำ เป็นประกาศิตของ"พระเจ้า"

หลักฐานสำคัญเกี่ยวกับพระเจ้าของชาวมายานี่ก็อีก รูปสลักภาพวาดแต่ละภาพล้วนสวยงามตามเอกลักษณ์แบบศิลปมายา แต่ก็น่าแปลกที่พระเจ้าของพวกเค้าล้วนพิลึกกึกกือเป็นที่สุด บางรูปเป็นรูปพระเจ้าขับยานอวกาศ บางภาพเป็นรูปสาวกของพระเจ้ากำลังปราบปีศาจร้าย และอาวุธที่อยู่ในมือ นักโบราณคดีต่างลงความเห็นว่า มันคือปืนอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อสองพันกว่าปีก่อนมีปืนใช้กันแล้วหรือครับ? ภาชนะบางชิ้นของพวกเขาก็เช่นกัน ถ้วยบางชิ้นมีภาพวาดของมนุษย์สวมหมวกอวกาศ โอย…จะบ้าตาย

เรื่องราวเหล่านี้น่าสนใจมาก และมิใช่แต่ดินแดนมายาเท่านั้น หากแต่พวกอินคาในอเมริกาใต้ ชาวเมโสโปเตเมีย หรือแม้กระทั่งชาวียิปต์โบราณ ก็มีหลักฐานว่ามนุษย์ต่างดาวเคยลงมาเยี่ยมเยียนพวกเขาแล้วทั้งนั้นเมื่อหลายพันปีก่อน แล้วท่านล่ะครับ คิดอย่างไร?

ที่มา : http://members.thai.net/myth/maya/maya_1.htm

http://archaeology.thai-archaeology.info/index.php?option=com_content&task=view&id=400&Itemid=0

loji wizard:
ชาวมายาคือใคร และอยู่ตรงไหน ?

อาณาจักรมายา ตั้งอยู่ในอเมริกากลาง มีพื้นที่บริเวณประเทศเม็กซิโกคาบเกี่ยวกับเบลีซและกัวเตมาลา มีความรุ่งเรืองช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาลจนถึง ค.ศ. 1502 มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่นครวากา ปัจจุบันคือ เอลเปรู มีอายุร่วมสมัยเดียวกับอารยธรรมเตโอตีอัวกาน (Teotihuac&aacute;n) ซึ่งถือว่าเป็นอาณาจักรที่ใหญ่มากเพราะมีพื้นที่กินถึง  ประเทศคือเม็กซิโก กัวเตมาลา และฮอนดูรัส

 ตามประวัติ อาณาจักรแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองไพศาลมาก มีอายุยาวนานนับได้ 2000ปี ตั้งแต่คริสต์ศักราช 250 อาณาจักรแห่งนี้มีซากสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตน่าทึ่งที่สุด ไว้เป็นมรดกโลก และฝากปริศนาให้คนรุ่นหลังขบคิดกันว่าเกิดจากสาเหตุใด

               อาณาจักรมายาเป็นอาณาจักรแสนยิ่งใหญ่ที่ประกอบด้วยเมืองเอกหลายเมืองด้วยกันมีเมืองสำคัญหลายเมือง คือ เมืองติกัล (Tikal) เพเตน (Peten) ในประเทศกัวเตมาลา ปาเลงกอ (Palenque) ในภาคใต้ของประเทศเม็กซิโก เมืองโคปัน (Copan) ในประเทศฮอนดูรัส เมือง อิทซา (Itzar) อักซ์มัล (Uxmal) และมายาปัน (mayapan) ในบริเวณคาบสมุทรยูคาตัน เมืองของชาวมายาประกอบด้วยชุมชนเกษตรอยู่ชั้นนอก ชุมชนเมืองอยู่ชั้นในล้อมรอบจุดศูนย์กลางซึ่งเป็นบริเวณสิ่งก่อสร้างที่ใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งสิ่งก่อสร้างนั้นมีหลายแบบ เช่น ปิรามิด วิหาร ปละปราสาทราชวัง ซึ่งสร้างจากศิลาล้วนๆ บ่บอกความเจริญรุ่งเรืองของชาวมายาอย่างดี

ในระหว่างปี พ.ศ. 800-1450 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยุโรปกำลังตกอยู่ในยุคมืดแห่งอวิชชา แต่สำหรับชาวมายานั้น ตามประวัติศาสตร์ได้จารึกว่า ในระยะเวลาดังกล่าว อารยธรรมมายาได้เจริญรุ่งเรืองสุดขีดมากๆได้สร้างพีระมิดและพระราชวังที่มโหฬารและวิจิตรอลังการมากมาย
http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2008/11/A7230718/A7230718.html

loji wizard:
ชาวมายามาจากไหนแน่

นักโบราณคดีหลายคน ต่างพยายามศึกษาความเป็นมาของเผ่านี้ จากหลักฐานโบราณคดีที่เหลืออยู่ แต่ก็สับสนอยู่ดีว่าพวกเขามาจากไหนกันแน่

               มีศิลาจารึกขนาดใหญ่ ที่เขียนข้อความอย่างละเอียดเต็มไปหมด ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง ซึ่งแสดงว่าชาวมายามีภาษาเป็นของตนเองและชอบบันทึกประวัติศาสตร์ แต่..น่าเสียดาย ในข้อความศิลาจารึกนั้นกลับไม่มีใครสักคนที่อ่านออก ตีความได้สักคนเดียว

สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับมายา สันนิษฐานว่า ชาวมายาอาจสืบเชื้อสายมาจากอิสราเอล ไม่ก็กรุงทรอย คาร์เธจ ฮั่น แอตแลนติส ฯลฯปกครองด้วยระบบกษัตริย์ เรียกว่า คูฮุลอะฮอว์ (K'uhul ajaw) หรือ เทวกษัตริย์ ใช้อักษรภาพในการบันทึก มีความสามารถทางดาราศาสตร์ จนสามารถทำนายเวลาเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคาได้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน รู้จักทำปฏิทินใช้ รู้จักประดิษฐ์เลขศูนย์ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ รู้จักค้าขายเกลือ หยก และเครื่องปั้นดินเผา แต่ชาวมายาไม่รู้จักใช้ล้อและไม่รู้จักการถลุงแร่ ซึ่งแสดงว่าชาวมายาดำรงชีวิตเหมือนมนุษย์หินที่รู้จักใช้เพียงไม้ กระดูกสัตว์ หินปูน และหินทรายในการสร้างเมือง

นอกจากนี้ ชาวมายานับถือเทพเจ้ามาก และมีเทพเจ้ามากมาย ทั้งสุริยเทพ วสันตเทพ และมรณเทพ เทพเจ้าเหล่านี้ทรงโปรดปรานการเสวยเลือด ดังนั้น เหล่าเชลยศึกสงครามจะถูกชาวมายาฆ่าเพื่อเอาเลือดไปถวายเทพ(บางครั้งก็เลือกกันเองในเผ่า)

แน่นอนมีตำนานเกี่ยวกับที่มาของชนเผ่านี้ด้วย จากคำบอกเล่าว่ากันว่า ชาวมายาสืบเชื้อสายจากพระเจ้าผิวสีขาว มีเครายาว และเดินทางมาจากฟากฟ้าโพ้น.. ???
http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2008/11/A7230718/A7230718.html

loji wizard:
อาณาจักรมายามีซากสิ่งก่อสร้างหลายแห่งหลายที และแต่ละที่นั้นถูกขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกทั้งสิ้น

ติกัล (Tikal) มีพีระมิดของชาวมายา สูง 212 ฟุต บนยอดวิหารมีห้องมากมาย มีแท่นบูชากับหินแกะสลักอักษรภาพเป็นจำนวนมาก ตามฝาผนังของวิหารก็มีรูปสลักเต็มแทบทุกด้าน

เปเตน (Peten)

ปาเลงเก (Palenque) มีสิ่งก่อสร้างที่สร้างโดยปากัล พบหลุมศพจำนวนมากและในวิหารแห่งศิลาจารึก (Temple of the Inscriptions)

ซีบิลชัลตุน (Dzibilchaltun) มีวิหารขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า The Temple of the Seven Dolls

นักโบราณคดียุคปัจจุบันต่างตื่นตะลึงกับสิ่งก่อสร้างอันมหัศจรรย์มากมายของชาวมายาซึ่งไม่ใช้เครื่องมือโลหะในการก่อสร้างเลย เช่น วิหารรูปทรงพีระมิด ราชวังและหอดูดาว เป็นต้น ยอดพีระมิดของชาวมายาจะแบนราบต่างจากพีระมิดของชาวอียิปต์ พีระมิดที่เมืองติกัลสูงถึง 212 ฟุต บนส่วนยอดมีห้องมากมาย และแท่นบูชากับหินแกะสลักอักษรภาพ ราชวังของเมืองติกัลเป็นอาคาร 4 ชั้น มีห้องมากถึง 42 ห้อง และเมืองอักซ์มัลมีโรงละครขนาดใหญ่

มันช่างอลังการเหลือเกินอย่าว่าแต่สมัยโบราณเลย เพราะจนถึงปัจจุบันนี้การสร้างสิ่งก่อสร้างแบบนี้นับว่ายากมากๆ

นอกจากนี้ยังมีการสันนิษฐานถึงทฤษฏีพระเจ้าจากอวกาศ

หลักฐานสำคัญเกี่ยวกับพระเจ้าของชาวมายานี่ก็อีก รูปสลักภาพวาดแต่ละภาพล้วนสวยงามตามเอกลักษณ์แบบศิลปมายา แต่ก็น่าแปลกที่พระเจ้าของพวกเค้าล้วนพิลึกกึกกือเป็นที่สุด บางรูปเป็นรูปพระเจ้าขับยานอวกาศ บางภาพเป็นรูปสาวกของพระเจ้ากำลังปราบปีศาจร้าย และอาวุธที่อยู่ในมือ นักโบราณคดีต่างลงความเห็นว่า มันคือปืนอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อสองพันกว่าปีก่อนมีปืนใช้กันแล้วหรือครับ? ภาชนะบางชิ้นของพวกเขาก็เช่นกัน ถ้วยบางชิ้นมีภาพวาดของมนุษย์สวมหมวกอวกาศ
http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2008/11/A7230718/A7230718.html

loji wizard:
ชาวมายาหายไปไหน

ทุกวันนี้นักโบราณคดียังคงศึกษาอาณาจักรมายันเพื่อไขปริศนากันต่อไป ทอม เชฟเวอร์ นักโบราณคดีหนึ่งเดียวขององค์การนาซาจากศูนย์การบินอวกาศมาร์แชล ก็เป็นคนหนึ่ง

เชฟเวอร์และทีมงานทำการศึกษาซากเมืองเพเตนในประเทศกัวเตมาลาซึ่งติดกับพรมแดนเม็กซิโก โดยการขุดค้นหาหลักฐานใต้พื้นดินและใช้รีโมตเซนซิ่งหาหลักฐานที่สายตามนุษย์มองไม่เห็น


สิ่งที่เชฟเวอร์ค้นพบใต้พื้นดินทั่วทั้งบริเวณของเมืองร้างแห่งนี้คือเรณูของต้นหญ้าแทนที่จะเป็นเรณูของต้นไม้ใหญ่ หลักฐานนี้แสดงว่าป่าไม้ของเมืองเพเตนลดลงกินบริเวณกว้างเมื่อประมาณ 1,200 ที่ผ่านมา

ทีมงานบอกว่าเมื่อไม่มีป่าฝนก็จะเกิดการกัดเซาะและการระเหยของน้ำ และการกัดเซาะจะรุนแรงจนกวาดเอาปุ๋ยที่หน้าดินไปจนหมดสิ้น หลักฐานการกัดเซาะได้ถูกค้นพบในชั้นดินตะกอนในทะเลสาบ


ยิ่งไปกว่านั้นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ปกคลุมพื้นดินคือป่าไม้จะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น บ๊อบ โอเกิลส์บี นักวิทยาศาสตร์ด้านอากาศของศูนย์การบินอวกาศมาร์แชลหนึ่งทีมงานใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์คำนวณผลแล้วปรากฏว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้น 5-6 องศาเซลเซียส การที่อุณหภูมิสูงขึ้นมีผลทำให้ผืนแผ่นดินแห้งแล้งซึ่งไม่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืช

นอกจากนั้นอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะมีผลกระทบต่อการมีฝนด้วย ดังนั้นในฤดูแล้งเมืองเพเตนจะตกอยู่ในสภาพขาดแคลนน้ำ ขณะที่น้ำใต้พื้นดินก็ลึกถึง 500 ฟุต จนไม่สามารถจะขุดนำมาใช้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ชาวมายาจะต้องอาศัยการเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำแต่มันก็คงจะระเหยไปจนไม่ทันได้ใช้

ขณะที่อาณาจักรมายันมีประชากรจำนวนมากซึ่งจำเป็นจะต้องใช้อาหารและน้ำเป็นจำนวนมากด้วย การศึกษาพบว่าประมาณคริสต์ศักราช 800 เมืองของชาวมายามีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมาก ในพื้นที่ชนบทมีประชากร 500-700 คนต่อหนึ่งตารางไมล์ และ 1,800-2,600 คนต่อหนึ่งตารางไมล์ในบริเวณศูนย์กลางของอาณาจักรทางตอนเหนือของประเทศกัวเตมาลา พอๆ กับนครลอสแองเจลิสในปี 2000 ซึ่งมีประชากร 2,345 คนต่อหนึ่งตารางไมล์ จนกระทั่งถึงคริสต์ศักราช 950 ก็เกิดความหายนะ " บางทีราว 90-95% ของชาวมายาต้องตายไป" เชฟเวอร์กล่าว

หลักฐานที่สนับสนุนความเป็นไปได้ก็คือ การพบว่ากระดูกของชาวมายาซึ่งมีชีวิตอยู่ในราวสองสามทศวรรษก่อนอาณาจักรมายันจะล่มสลายซึ่งแสดงว่าเป็นโรคขาดอาหารอย่างรุนแรง


เชฟเวอร์สรุปการศึกษาในครั้งนี้ว่า นักโบราณคดีเคยโต้เถียงกันมานานว่า สาเหตุของการล่มสลายว่าเป็นเพราะความแห้งแล้ง หรือสงคราม หรือโรคระบาดอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ตอนนี้ทีมงานของเขาคิดว่าทั้งหมดล้วนมีบทบาท ทว่าสาเหตุหลักก็คือ การขาดอาหารและน้ำอย่างยาวนาน ซึ่งเกิดจากความแห้งแล้งทางธรรมชาติผสมผสานกับการทำลายป่าไม้ของมนุษย์

และเขาคิดว่าการเรียนรู้ว่าชาวมายาทำอะไรถูกต้องและทำอะไรผิดพลาดจะช่วยให้ประชาชนพบวิถีทางที่ยั่งยืนในการทำการเกษตร โดยจะหยุดยั้งการทำสิ่งที่เลยเถิดในช่วงเวลาอันสั้นซึ่งเคยทำลายชาวมายามาแล้ว


ภาพ : สัญลักษณ์ของชาวมายา

http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2008/11/A7230718/A7230718.html

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page